อธิบดี“โสภณ” นำชาวกรมควบคุมโรค ร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนากรมควบคุมโรค ครบรอบ 40 ปี พร้อมเสวนาแลกเปลี่ยนเพื่อเตรียมรับมือ“อีโบลา” 19/09/2557
วันที่ :2014-09-19


 

     กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดงานครบรอบ 40 ปี การสถาปนากรมควบคุมโรค โดยทำบุญถวายเพลพระสงฆ์ และมอบรางวัลแก่บุคลากร/หน่วยงาน กรมควบคุมโรคที่มีผลงานวิชาการที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ และรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นของหน่วยงานที่ผ่านการคัดเลือก ประจำปี 2556 รวมถึงการเสวนาวิชาการเรื่องอีโบลาเพื่อเน้นย้ำให้บุคลากรรับทราบสถานการณ์ การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข และเป็นการเตรียมความพร้อมหน่วยงานในสังกัดกรมควบคุมโรค      

วันนี้ (19 กันยายน 2557) ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน  อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น แพทย์หญิงวราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ และผู้บริหารระดับสูงของกรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค ร่วมพิธีทำบุญและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ณ บริเวณลานจอดรถ อาคาร 5 กรมควบคุมโรค เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนา กรมควบคุมโรค ซึ่งตรงกับวันที่ 19 กันยายนของทุกปี และในปีนี้เป็นวันครบรอบ 40 ปี

นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2517 กรมควบคุมโรค ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในขณะนั้นให้จัดตั้งขึ้นมา โดยใช้ชื่อกรมควบคุมโรคติดต่อมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อต่างๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ได้มีการปฏิรูประบบราชการ กรมควบคุมโรคติดต่อได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ทั้งโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน และเปลี่ยนชื่อเป็นกรมควบคุมโรค การดำเนินงานของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่จัดตั้งจนถึงวันนี้ ครบ 40 ปี กรมควบคุมโรคได้มีการพัฒนาการดำเนินงานและ องค์ความรู้ในการป้องกันควบคุมโรคมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้กรมควบคุมโรคประสบความสำเร็จในการป้องกันควบคุมโรคในความรับผิดชอบ ทั้งนี้โรคติดต่อหลายโรคได้ถูกกำจัดกวาดล้างหมดไป ได้แก่ ไข้ทรพิษ กาฬโรค คุดทะราด และหลายโรคก็มีแนวโน้มลดลง จนไม่เป็นปัญหาของประเทศ เช่น กลุ่มโรคที่ป้องกันได้ ด้วยวัคซีน (คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โรคหัด) โรคเท้าช้าง  โรคเรื้อน เป็นต้น สำหรับโรคโปลิโอ ในปี 2557 นี้ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคปลอดโรคโปลิโอ  

 

ซึ่งความสำเร็จในการป้องกันควบคุมโรคดังกล่าว ล้วนเป็นผลที่เกิดจากความทุ่มเทในการทำงาน ความเสียสละ ส่วนตนของบุคลากรของกรมควบคุมโรค และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนา กรมควบคุมโรคปีนี้ กรมควบคุมโรคจึงได้มอบโล่รางวัลแก่บุคลากรที่มีผลงานวิชาการได้รับรางวัลระดับนานาชาติ จำนวน 4 ท่าน ดังนี้ 1.นายแพทย์ศุภชัย  ฤกษ์งาม นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค จากการวิจัยเรื่องวัคซีนเอดส์ 2.นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ สถาบันบำราศนราดูรจากการวิจัยเรื่อง สูตรยารักษาผู้ติดเชื้อ HIV 3.นางสาวสุมนมาลย์ อุทยมกุล สถาบันบำราศนราดูร และ4.นายแพทย์ศักดิ์ชัย ไชยมหาพฤกษ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก จากผลงานคลินิคมาลาเรียเคลื่อนที่ และได้มอบเกียรติบัตรแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นของหน่วยงาน ประจำปี 2556 จำนวน 35 ท่าน เพื่อประกาศเกียรติคุณ ความดีงามและการทำประโยชน์ให้องค์กร

นายแพทย์โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานของกรมควบคุมโรคในอนาคต มีดังนี้ 1.สร้างระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดในระดับนานาชาติ เช่น อีโบลาที่กำลังระบาด ในทวีปแอฟริกาขณะนี้ รวมถึงในปี พ.ศ. 2558 ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายประชากร เคลื่อนย้ายสัตว์ พืช และอาหาร อาจจะทำให้ให้คนไทยมีความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อมากขึ้น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคติดต่อข้ามพรมแดน กรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคติดต่อต่างๆที่อาจจะเพิ่มมากขึ้น 2.ดำเนินการกำจัดและกวาดล้างโรคที่มีแนวโน้มลดลง อาทิ โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โรคหัด เป็นต้น 3. การยุติปัญหาเอดส์ ซึ่งปัจจุบันกรมควบคุมโรคได้ขับเคลื่อนและ เสนอมาตรการยุติปัญหาเอดส์ไว้ในยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ. 2557-2559 เพื่อยกระดับการทำงานจากการควบคุมโรคเอดส์เป็นการยุติปัญหาเอดส์ และ 4. การเร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดัน บุหรี่ เหล้า เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายการทำงานของกรมควบคุมโรคอย่างมาก การดำเนินงานที่สำคัญอีกอย่างของกรมควบคุมโรค คือ การพัฒนาบุคลากรให้เป็นคนเก่งและมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

 

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนาวิชาการ เรื่อง อีโบลา โดยได้รับเกียรติวิทยากร ดังนี้ 1.นายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค 2. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  และ 3. แพทย์หญิงจริยา  แสงสัจจา ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร  โดยเนื้อหาในการเสวนาจะร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็น เรื่อง สถานการณ์และความรุนแรงในภาพรวมของโรคอีโบลา แนวทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข  ระบบการคัดกรองที่ด่านทางเข้าออก และการกักกันผู้ต้องสงสัย/ผู้สัมผัสโรค รวมถึงการเตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ คน ของสถาบันบำราศนราดูร  และโรงพยาบาลอื่นๆในประเทศไทย

ต่อประเด็นปัญหาอีโบลา ประชาชนชาวไทยไม่ควรตระหนกกลัว ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ และติดตามข่าวความคืบหน้าของเรื่องโรคอีโบลาจากกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันเราทราบว่า การติดต่อจะเกิดขึ้นต้องสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูงและอาการอื่นๆ โดยเชื้อจะอยู่ในเลือด หรือสารคัดหลั่งที่ออกมาจากผู้ป่วย รวมทั้งอาเจียนของผู้ป่วย การสัมผัสอย่างผิวเผิน เช่น บ้านใกล้กัน เดินสวนกัน กินข้าวร้านเดียวกันหรือร่วมโต๊ะเดียวกัน จะไม่ติดโรค ขอให้หมั่นล้างมือหลังสัมผัสสิ่งของ หรือออกจากห้องน้ำห้องส้วม ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินความเสี่ยงเป็นระยะๆ และเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยเน้นหนักที่การเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด และติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน หลังจากออกจากประเทศที่มีการระบาด หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงนายแพทย์โสภณ กล่าวทิ้งท้าย

***********************

สามารถชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊กเลย

 
Home | E-Document | DDC E-Mail | About Us | Member
กรมควบคุมโรค 88/21 ถนน ติวานนนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-5903000